การสัมภาษณ์ ดร. ทารา สวาร์ต (Tara Swart) แพทย์และนักประสาทวิทยา ผู้เขียนหนังสือ The Source และ The Signs เกี่ยวกับการเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณ โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
ประสบการณ์ส่วนตัวกับการสูญเสีย: ดร. ทารา แบ่งปันประสบการณ์การสูญเสียสามี โรบิน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ จิตวิญญาณ และการสื่อสารที่เหนือธรรมชาติ
การตระหนักถึงสัญญาณ (Signs): เธออธิบายว่าการสังเกตเห็นสัญญาณจากจักรวาล (เช่น ตัวเลขซ้ำๆ หรือเหตุบังเอิญที่มีความหมาย) ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นทักษะที่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้เหมือนกล้ามเนื้อ
สัญชาตญาณและการทำงานของสมอง: สัญชาตญาณไม่ได้มีแค่ในสมอง แต่ยังเชื่อมโยงกับร่างกาย (เช่น ความรู้สึกที่หน้าท้อง) ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนผ่านการจดบันทึก การทำสมาธิ และการดูแลสุขภาพจิตเพื่อไม่ให้เกิดสภาวะ 'คิดมากเกินไป' จนตัดขาดจากสัญชาตญาณตนเอง
การปรับเปลี่ยนความคิด (Mindset & Manifestation): ดร. ทารา เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนความคิดจะเปลี่ยนพฤติกรรม และพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆ จะกลายเป็นรูปแบบชีวิต เธอแนะนำให้ใช้ 'Action Boards' แทน 'Vision Boards' เพื่อให้การแสดงเป้าหมายออกสู่ความเป็นจริง (Manifestation) ควบคู่ไปกับการลงมือท
ความสำคัญของธรรมชาติและการเชื่อมต่อ: การใช้เวลากับธรรมชาติและงานศิลปะช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพของสุขภาพจิต พร้อมเน้นย้ำเรื่องการเลือกสังคมรอบข้าง (Community) ที่ให้พลังงานเชิงบวก
ข้อแนะนำในการใช้ชีวิต: เธอแนะนำให้เริ่มต้นวันด้วยความกตัญญู (Gratitude practice) และฝึกการสังเกตเห็นความงามรอบตัว เพื่อสร้างความสงบสุขภายในจิตใจ
ดร. ทารา สวาร์ต ได้อธิบายถึงการฝึกฝนและเชื่อมต่อกับสัญชาตญาณ (Intuition) ของเราไว้ว่าสามารถทำได้ผ่านการปรับเปลี่ยนกิจวัตรและการฟังเสียงของร่างกาย โดยมีวิธีปฏิบัติดังนี้:
การจดบันทึก (Journaling): เป็นวิธีที่ช่วยรวบรวมความคิดและสังเกตความรู้สึกภายในได้ดี (8:40)
การเชื่อมต่อกับร่างกาย (Embodied practices): สัญชาตญาณมักแสดงออกมาผ่านปฏิกิริยาทางกาย เช่น ความรู้สึก 'ขนลุก' (Goosebumps) หรืออาการ 'ผีเสื้อบินในท้อง' (Butterflies in the stomach) การหันมาทำกิจกรรมอย่างการตีกลอง การเต้น โยคะ หรือพิลาทิส จะช่วยให้คุณกลับมาสัมผัสกับร่างกายตนเองและลดสภาวะ 'คิดมากเกินไป' (Overthinking) ได้
การฝึกความกตัญญู (Gratitude practice): ในเวลาที่เกิดความกลัวหรือวิตกกังวล ให้ลองฝึกขอบคุณสิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อรีเซ็ตระบบประสาท (Nervous system) ให้กลับมาอยู่ในสภาวะที่สมดุลก่อนตัดสินใจเรื่องสำคัญ
การอยู่กับธรรมชาติ: การใช้เวลาในธรรมชาติช่วยให้เราได้สัมผัสถึงความรู้สึก 'น่าเกรงขาม' (Sense of awe) และช่วยให้ใจสงบเพื่อรับฟังเสียงสัญชาตญาณได้ดีขึ้น
การเลือกสภาพแวดล้อม (Community): เลือกใช้เวลาอยู่กับคนที่ให้พลังงานบวกและมีความเอื้อเฟื้อ เพื่อสร้างเครือข่ายที่สนับสนุนความรู้สึกปลอดภัยให้กับตัวคุณ
ดร. ทาราเน้นย้ำว่า การฝึกสัญชาตญาณก็เหมือนการ 'ฝึกกล้ามเนื้อ' ที่ต้องอาศัยการหมั่นทำอย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งเราสามารถแยกแยะความรู้สึกที่แท้จริงจากความวิตกกังวลได้

































































